เรื่องราวเเละสาระมากมายเกี่ยวกันยาสีฟันมีให้คุณศึกษาได้จากที่นี่

Tuesday, July 04, 2006

เรื่องของยาสีฟัน

ประวัติของยาสีฟัน

•มนุษย์มีการใช้ยาสีฟันมาตั้งแต่สมัยอียิปต์โบราณ หรือ 1500 ปีก่อนคริสตกาล (1500 B.C.) ยาสีฟันในสมัยนั้น เป็นผงของหินเหล็กไฟ สนิมเขียว โคลนเขียว ผงธูป และน้ำผึ้ง
•สมัยกรีกและโรมันโบราณนั้น เชื่อกันว่ายาสีฟันทำ มาจากเขากวางป่น เถ้าจากกระดูกสัตว์ ผงจากหินภูเขาไฟและหินอ่อน น้ำผึ้ง และสมุนไพรหลากหลายชนิด
•ยาสีฟันในรูปแบบที่ใช้กันอยู่ขณะนี้มีการเริ่มใช้มาตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 โดยยาสีฟันชนิดแรกที่ บรรจุในหลอด ได้แก่ ยาสีฟันเชฟฟิลด์
( Sheffield )

รูปแบบของยาสีฟัน

1.ยาสีฟันชนิดผง (Tooth powder) มีส่วนประกอบของสารของสารขัดฟันมากที่สุด
2 .ยาสีฟันชนิดหลอด (Gelatine or Transiucettoothpaste) ซึ่งอยู่ในรูปของเหลวค้นแบบใส
3..ยาสีฟันชนิดหลอดซึ่งอยู่ในของเหลวข้นแบบครีม(Toothpaste)

ยาสีฟันที่มีจำหน่ายในประเทศไทยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มคือ

•1.ยาสีฟันที่ไม่มีฟลูออไรด์เป็นส่วนผสม
หมายถึง ยาสีฟันที่ใช้ทำความสะอาดโดยไม่มีฟลูออไรด์เป็นส่วนผสม ซึ่งจัดเป็นเครื่องสำอางทั่วไป ไม่จำเป็นต้องขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคระกรรมการอาหารและยา
•2. ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์เป็นส่วนผสม
หมายถึง ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์เป้นส่วนผสมในสูตร และจัดเป็นเครื่องสำอางควบคุมพิเศษ

ยาสีฟันชนิดหลอด ประกอบด้วย

1.สารขัดสี (Abrasive agent)
2.สารทำความสะอาด (Detergent)
3.สารให้ความชุ่มชื้น (Humectants)
4.สารเพิ่มความหนืด (Thickening agent)
5.สารแต่งกลิ่น รส (Flavors)

6.สารกันเสีย (Preservative)
7.สารเพิ่มความหวาน (Sweeteners)
8.ตัวทำละลาย (Vehicle)
9.สารแต่งสี (Coloring agents)
10.สารควบคุมความเป็นกรด - ด่าง

สารเสริมต่างๆ

•1.ฟลูออไรด์ (Fluoride)
•2.สารเพื่อการระงับเชื้อ
•3.โพลีเมอร์ (Polymer)
•4.สารช่วยลดการเสียวฟัน
•5.สารสกัดสมุนไพร (Herbal extracts)
•6.สารช่วยขจัดคราบบุหรี่ ชา กาแฟ
•7.สารช่วยลดการเกิดคราบหินปูน
•8.ยาสีฟันเพื่อทำให้ฟันขาว

ฟลูออไรด์ป้องกันฟันผุได้อย่างไร

•พบว่าสารเคลือบฟันเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดในการเกิดกลไกป้องกันฟันผุ โดยสารประกอบไฮดรอกซีเอปาไทท์ (Hydroxyapatite) ในสารเคลือบฟันสามารถจับกับฟลูออไรด์ ทำให้เกิดสารประกอบฟลูออร์แอปาไทท์ (Fluorappatite) ดังสมการเคมี
•Ca10(PO4)6(OH)2 + 2F- Ca10(PO4)6F2+2(OH-

ลักษณะของยาสีฟันที่ดีมีลักษณะดังนี้

•มีลักษณะเป็นเนื้อเดียวกันตลอด ไม่มีส่วนประกอบใดแยกออกมา
•ไม่มีสิ่งสกปรกปนเปื้อน
•ไม่มีการปนเปื้อนของจุลินทรีย์ในปริมารที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้
•มีกลิ่น และรสชาติที่ดี
•มีความคงตัวดี
•สารขัดฟันที่ใช้เป็นส่วนผสมต้องไม่เป็นอันตรายต่อสารเคลือบฟัน
•ภาชนะบรรจุยาสีฟัน และฝาปิดไม่รั่วซึม วัสดุที่ใช้ต้องไม่เป็นสนิม ไม่ทำปฏิกริยากับยาสีฟัน

สภาพปัญหาและข้อเสนอแนะของผลิตภัณฑ์ยาสีฟัน

1.สภาพปัญหาการแสดงสรรพคุณบนฉลากของยาสีฟัน
1.1ใช้ข้อความที่ตรงต่อความเป็นจริง
1.2 ต้องระบุข้อความอันจำเป็น
2.สภาพปัญหาของผลิตภัณฑ์ยาสีฟันผสมสมุนไพร
2.1 สภาพปัญหาด้านคุณภาพ และเชื้อจุลินทรีย์
3. สภาพปัญหาความปลอดภัยสำหรับยาสีฟันที่ทำให้ฟันขาวขึ้น
3.1บุหรี่ มีปริมาณของสารขัดฟัน/สารขัดสี มากกว่ายาสีฟันประเภทอื่น

ข้อเสนอแนะในการเลือกซื้อยาสีฟัน

1เลือกยาสีฟันให้เหมาะสมกับจุดประสงค์ที่ต้องการใช้
2. ควรพิจารณาฉลากของยาสีฟันว่ามีฉลากครบถ้วนที่กฎหมายกำหนดหรือไม่
2.1ยาสีฟันทั่วไป กำหนดว่าต้องมีชื่อยาสีฟัน
2.2ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์เป็นส่วนผสม
3. เลือกยาสีฟันที่ไม่ทำให้เกิดอาการผิดปกติใดๆกับปากและฟัน

สาระความรู้เพิ่มเติมเรื่องยาสีฟัน

•ยาสีฟัน ครีมทำความสะอาดแบบฉุกเฉินทำความสะอาด คราบและรอยขีดข่วนบนพื้นผิววัสดุ
–หน้าปัดนาฬิกา แตะกับเศษผ้าสักหลาดแล้วขัดเบา ๆ
–ช้อน ส้อม สเตนเลส ขัดถูด้วยผ้านุ่ม
–รอยขีดข่วนบนกระจกปูโต๊ะ ป้ายที่รอยแล้วใช้ผ้านุ่มขัดเบา ๆ
–รอยสกปรกบนโต๊ะพลาสติก

•บรรเทาอาการแสบร้อน
–โดนน้ำร้อนกระเด็นใส่ หรือน้ำมันจากกระทะกระเด็นใส่ ให้ป้ายยาสีฟันที่แผลจะบรรเทาอาการแสบร้อนได้ (ไม่แนะนำกรณีบาดแผลกว้าง ควรปฐมพยาบาลด้วยการใช้น้ำเย็นจัดราดที่แผลหรือผ้าชุบน้ำเย็นจัดโปะแผล)
–กลบเกลื่อนร่องรอย
–คราบลิปสติกที่ติดเสื้อ ใช้ยาสีฟันทารอยเปื้อนแล้วซักตามปกติ
–กลิ่นแรงที่ติดมือหลังทำครัว อย่างกลิ่นกระเทียม หอม แตะยาสีฟันเล็กน้อยแล้วล้างมือกับสบู่ กลิ่นจะหายไป

สาระความรู้เพิ่มเติมเรื่องยาสีฟัน

•ยาสีฟัน ครีมทำความสะอาดแบบฉุกเฉินทำความสะอาด คราบและรอยขีดข่วนบนพื้นผิววัสดุ
–หน้าปัดนาฬิกา แตะกับเศษผ้าสักหลาดแล้วขัดเบา ๆ
–ช้อน ส้อม สเตนเลส ขัดถูด้วยผ้านุ่ม
–รอยขีดข่วนบนกระจกปูโต๊ะ ป้ายที่รอยแล้วใช้ผ้านุ่มขัดเบา ๆ
–รอยสกปรกบนโต๊ะพลาสติก

•บรรเทาอาการแสบร้อน
–โดนน้ำร้อนกระเด็นใส่ หรือน้ำมันจากกระทะกระเด็นใส่ ให้ป้ายยาสีฟันที่แผลจะบรรเทาอาการแสบร้อนได้ (ไม่แนะนำกรณีบาดแผลกว้าง ควรปฐมพยาบาลด้วยการใช้น้ำเย็นจัดราดที่แผลหรือผ้าชุบน้ำเย็นจัดโปะแผล)
–กลบเกลื่อนร่องรอย
–คราบลิปสติกที่ติดเสื้อ ใช้ยาสีฟันทารอยเปื้อนแล้วซักตามปกติ
–กลิ่นแรงที่ติดมือหลังทำครัว อย่างกลิ่นกระเทียม หอม แตะยาสีฟันเล็กน้อยแล้วล้างมือกับสบู่ กลิ่นจะหายไป